Member zone

Links
Online user
None
We have 16 guests online

22

Dec

2009

สื่อสังวาส 1
winbookclub.com
รายงานข่าวข่มขืนหรือล่วงละเมิดทางเพศในบ้านเรามักเขียนอย่างมีสีสันเหมือนนิยายอีโรติกจนไม่น่าจะมีข่าวข่มขืนที่ไหนในโลกซึ่งอ่านแล้วคนอ่านอยากเป็นคนร้ายเสียเองยกตัวอย่างเช่น

"
นางสาวเล็ก (นามสมมุติ) นักศึกษาสาวมหาวิทยาลัยชื่อดังแห่งหนึ่งย่านxx ลากร่างอ่อนระโหย ในชุดกระโปรงสั้นจู๋สีชมพูวาบหวิวเผยท่อนขาขาวผ่องและรูปร่างอวบอัดไปแจ้งความที่สถานีตำรวจนางสาวเล็กให้การกับนายร้อยเวรว่าคืนนี้ตนกลับจากมหาวิทยาลัยดึกกว่าทุกวันเมื่อเข้าซอยก็มีชายวัยรุ่นกลุ่มหนึ่งเดินตามมาติดๆลากเธอเข้าไปในพงหญ้ากระชากเสื้อผ้าของเธอออกทีละชิ้นจนเปล่าเปลือยอล่างฉ่างแล้วโลมไล้เธอไม่ยั้งมือเธอพยายามต่อสู้แต่ทานกำลังของเหล่าชายฉกรรจ์ไม่ไหวในที่สุดก็จำยอมโอนอ่อนผ่อนตามแรงหื่นหลังจากสำเร็จกิจคนละสองครั้งกลุ่มวัยรุ่นก็พากันแยกย้ายหลบหนีไป..."

ละเอียดลออเหมือนนักข่าวอยู่ในเหตุการณ์โดยตรงนี่เป็นหนึ่งในหลายตัวอย่างซึ่งก่อให้เกิดคำถามว่าบทบาทของสื่อมวลชนคือรายงานข่าวหรือแต่งนวนิยายปลุกอารมณ์กันแน่

ถูกทรชนข่มขืนแล้วยังถูกสื่อข่มขืนอีกรอบ!

แต่รายงานข่าวประเภทนี้รวมไปถึงคอลัมน์ซุบซิบคนดังซึ่งอิงกับเซ็กส์นอกจากจะไม่หมดไปจากสังคมแล้วยังใช้ภาษาดิบขึ้นเรื่อยๆ

อีกจุดหนึ่งซึ่งตอกย้ำคำถามนี้ก็คือการตีพิมพ์รูปนางแบบที่วาบหวิวขึ้นทุกวันจนหลายคนเห็นว่าการอ่านหนังสือพิมพ์และนิตยสารสมัยนี้น่าจะใช้คำว่า'ดู' แทน 'อ่าน' อาจถูกต้องกว่า!

สิ่งตีพิมพ์เช่นปฏิทินสมัยที่ผมยังเป็นเด็กก็มีภาพผู้หญิงนุ่งน้อยห่มน้อยแต่ไม่ถึงขั้นน่าหวาดเสียวเช่นปัจจุบัน'รูปโป๊' ที่ฮือฮาอย่างยิ่งก็คือภาพนางงามสวมชุดว่ายน้ำ'เต็มยศ' อย่างที่ชุดธรรมดาของสาวสมัยนี้ยังวาบหวิวกว่าจากแบบวัน-พีซเป็นทู-พีซและวิวัฒนาการมาไกลจากจุดนั้นหลายล้านปีแสงจนเป็น'โน-พีซ' ในปัจจุบัน



เคยมีผู้วิเคราะห์ว่าสื่อหนังสือพิมพ์ในโลกจะถูกอินเทอร์เน็ตทำลายในต่างประเทศหนังสือพิมพ์หลายฉบับปิดกิจการเนื่องจากคนอ่านลดลงเนื่องจากคนส่วนใหญ่หันไปบริโภคข่าวจากอินเทอร์เน็ตแต่ผมอยากเชื่อว่าหนังสือพิมพ์บ้านเรายังปลอดภัยและไม่หายไปง่ายๆแน่เหตุผลหนึ่งเพราะหนังสือพิมพ์ของเรายังมีภาพวับแวมวาบหวามหวิวบนหน้าหนึ่ง!

อาจเป็นเหตุผลเดียวกันนี้ก็ได้ที่ทำให้นิตยสารจำนวนมาก(ต้อง?)แสดงภาพสรีระสตรีอย่างโจ๋งครึ่มภาพหญิงเปลือยกอดหญิงเปลือยหญิงเปลือยกอดชายเปลือยชายเปลือยกอดชายเปลือยกลายเป็นสิ่งที่สังคมชาชินและต้องยอมรับไปโดยปริยายและ - เช่นเดียวกับอีกหลายค่านิยม - ในที่สุดใครๆก็ทำ! แม้แต่นิตยสารกีฬาก็ยังขายภาพวาบหวิวนักกีฬาสาวหน้าตาดีหุ่นเซ็กซี่ฝีมือธรรมดามีอนาคตไกลกว่านักกีฬาที่เก่งกว่าในวงการมิวสิกวิดีโอการเน้นภาพวาบหวิวของนักร้องแทนเสียงเพลงเป็นเรื่องธรรมดาไปนานแล้วจนบางครั้งน่าจะเรียกว่า'ครางเพลง' มากกว่าร้องเพลง!

กล่าวโดยสรุปก็คือนักการตลาดสามารถใช้เซ็กส์เป็นเครื่องมือขายทุกอย่างตั้งแต่สินค้าที่อาจพอกล้อมแกล้มว่าเกี่ยวกับเซ็กส์บ้างเช่นฟิตเนสส์เซ็นเตอร์ไล่ไปจนถึงสินค้าที่ไม่น่าเกี่ยวกับเซ็กส์เลยเช่นจักรยานยนต์, ไอศครีม, โยเกิร์ตฯลฯแม้แต่การขายรถยนต์ต้องมี'พริตตี้' หวือหวาขึ้นเรื่อยๆจนงานมอเตอร์โชว์เต็มไปด้วยผู้ชายซึ่งไม่เคยสนใจรถยนต์พลังอำนาจของสื่อเซ็กส์นี้ร้ายกาจจริงๆ!

นี่เป็นเรื่องที่อธิบายได้อย่างเป็นวิทยาศาสตร์สัญชาตญาณทางเพศของสิ่งมีชีวิตทุกสายพันธุ์ทำให้โลกหมุนมาได้ถึงวันนี้สำหรับสังคมของสายพันธุ์โฮโมซาเปียนส์เซ็กส์เป็นแรงขับเคลื่อนแทบทุกธุรกิจในโลกไม่ทางตรงก็ทางอ้อมผู้หญิงต้องการมีรูปร่างหน้าตาสวยงามเพื่อดึงดูดเพศตรงข้ามและผู้ชายทำทุกอย่างเพื่อที่จะได้ผู้หญิงสวยงามภาพเพศตรงข้ามที่น่าดึงดูดจึงเป็นแม่เหล็กที่ดีที่สุดในการสร้างความสนใจต่อสินค้าใดๆ

หากวันพรุ่งนี้มนุษย์ต่างดาวที่มีวิทยาการล้ำเลิศส่งลำแสงฉายมาที่โลกของเราทำให้สัญชาตญาณทางเพศหายไปจากมนุษย์ธุรกิจ90 เปอร์เซ็นต์ในโลกก็จะล้มครืนทันทีเพราะแทบทุกกิจกรรมบนโลกมนุษย์เกี่ยวพันกับเซ็กส์ไม่ทางตรงก็ทางอ้อม



การตลาดโดยสื่อเซ็กส์ก็ไม่ต่างจากสายทางอื่นๆคือมีการแข่งขันกลยุทธ์sex sells ก็คือการตลาดแบบMe too! อย่างหนึ่งคุณโป๊ฉันก็ขอโป๊บ้างคุณโชว์แค่นี้ฉันจะโชว์มากกว่าท้ายที่สุดก็แข่งกันว่าใครหวือหวากว่าน้อยรายแข่งกันว่าใครคิดสร้างสรรค์กว่าตลาดจึงท่วมด้วยสินค้าและข่าวสารที่เชื่อมโยงกับเซ็กส์จนสำลัก

สินค้าจำนวนมากใช้เซ็กส์เป็นสื่อขายของอย่างไร้รสนิยมด้วยคำสองแง่สองง่ามสินค้าบางตัวใช้คำโฉ่งฉ่างจนไม่น่าเชื่อว่าผ่านการเซ็นเซอร์มาได้อย่างไรยกตัวอย่างเช่นโฆษณาทางสื่อวิทยุชิ้นหนึ่งใช้เสียงผู้หญิงออดอ้อนว่า "ใช้xx (ชื่อสินค้าล้างหม้อน้ำรถยนต์) แล้วหม้อน้ำของหนูก็ขาววับ" ฯลฯ

นอกจากนี้ยังมีสิ่งตีพิมพ์อีกหลายรูปแบบที่นิยมมากคือปฏิทินรูปหญิงเปลือยข้ออ้างสำเร็จรูปของทุกคนที่เกี่ยวข้องกับงานนี้คือ'ศิลปะ' เสมอ

ครั้งหนึ่งบริษัทสุราแห่งหนึ่งเปลี่ยนโฉมปฏิทินโป๊โดยจ้างช่างภาพชั้นนำสร้างสรรค์งานนู้ดแบบที่มีคอนเส็ปท์และองค์ประกอบศิลป์ปรากฏว่าผู้ได้รับปฏิทินบ่นอึงว่าไม่ได้อารมณ์เลยพวกเขาไม่ต้องการงานศิลปะอยากเห็นเนื้อหนังมังสาสตรีโจ่งแจ้งไม่ต้องตีความหลังจากนั้นก็ไม่มีใครสร้างสรรค์งาน'ดูยาก' แบบนี้อีกเหตุผลว่าทำงานศิลปะของงานนู้ดส่วนใหญ่จึงเป็นการหลอกตัวเองของนางแบบนายแบบผู้โพสภาพเท่านั้น

อย่างไรก็ตามถึงจะใช้ศิลปะเป็นเครื่องมือในการสื่อสารเรื่องเพศจริงๆผู้สร้างสรรค์ทำงานด้วยจิตวิญญาณศิลปินจริงๆมันก็มีขอบเขตที่ต้องระวังเพราะงานแบบนี้เป็นดาบสองคม



รายงานทางอาชญากรรมในบ้านเราแสดงชัดเจนว่าตัวเลขการข่มขืนและล่วงเกินทางเพศสูงขึ้นทุกปีโดยเฉพาะในกลุ่มเด็กวัยรุ่นในปี.. 2551 มีเยาวชนชายต้องคดีข่มขืนและกระทำอนาจารผู้หญิงถึง2,680 รายนี่เป็นตัวเลขเฉพาะเยาวชนชายที่บ้านเมตตาเท่านั้นไม่รวมคดีข่มขืนของผู้ใหญ่และคดีที่ผู้เสียหายไม่ได้แจ้งความตัวเลขเหล่านี้เพิ่มขึ้นทุกปี

นายตำรวจท่านหนึ่งซึ่งทำคดีแบบนี้มานานปีสรุปว่าปัญหานี้มาจากสื่อและแฟชั่นที่ไปกระตุ้นต่อมทางเพศวัยรุ่นที่ทำผิดสารภาพว่าพวกตนกระทำไปเพราะถูกกระตุ้นจากสื่อมองไปทางไหนก็เห็นแต่ภาพที่เราเรียกว่า'ศิลปะ' จึงเกิดอารมณ์ใคร่เนื่องจากยังไม่รู้ดีชั่วก็ไปข่มขืนชำเราผู้หญิง

โดยจรรยาบรรณสื่อมวลชนเป็นฟันเฟืองสำคัญชิ้นหนึ่งของสังคมบทบาทของสื่อคือทำให้คนฉลาดทันโลกมากขึ้นไม่ใช่ยั่วยุเพียงเพื่อให้ขายได้แต่ในการปฏิบัติเป็นเรื่องตรงกันข้ามโดยสิ้นเชิงที่เป็นอันตรายอย่างยิ่งก็คือเยาวชนซึ่งอ่านข่าวเหล่านี้ต่อเนื่องทุกวันๆอาจถูก 'ล้างสมอง' จนแยกแยะไม่ออกว่าอะไรถูกอะไรผิด

บางทีการตั้งคำถามเรื่องจริยธรรมในมุมต่างๆของสังคมกลายเป็นเรื่องเชยไปแล้วไม่ใช่ไม่มีใครรู้ว่าการข่มขืนเป็นสิ่งที่เลวร้ายที่สุดอย่างหนึ่งที่มนุษย์พึงกระทำกับมนุษย์ด้วยกันได้ผู้หญิงซึ่งถูกข่มขืนตกนรกทั้งเป็นไปตลอดชีวิตแต่เมื่อปากคาบเงินเสียงต้านก็เริ่มแผ่วใช่เรารู้สึกสงสารเหยื่อแต่อยากซื้อ-ขายข่าวมากกว่าจะสนใจว่าคนที่เป็นพ่อแม่ของเด็กสาวที่ถูกข่มขืนรู้สึกอย่างไร

คงจริงที่นักจิตวิทยาบอกว่าคนเราชอบดูความพินาศฉิบหายของคนอื่นตราบใดที่ไม่ได้เกิดกับเราภาพยนตร์ที่เน้นความบันเทิงในรูปของความพินาศหายนะระเบิดรถระเบิดบ้านระเบิดเมืองจึงไม่เคยหมดไปจากตลาด

วิบากกรรมของสตรียังไม่จบแค่นี้ในหลายๆกรณีเมื่อผู้หญิงถูกข่มขืนสื่อและชาวบ้านชาวเมืองนิยมสรุปว่าเพราะผู้หญิงเสือกแต่งตัวยั่วเองสมน้ำหน้านังนี่สะใจนังนั่นไม่มีสื่อมวลชนใดถามตัวเองว่าเป็นไปได้ไหมที่รูป'ศิลปะ' ที่ตีพิมพ์อย่างต่อเนื่องมีส่วนกระตุ้นความใคร่ทำให้เกิดเหตุการณ์ล่วงละเมิดทางเพศ? เป็นไปได้ไหมที่ข่าวข่มขืนหนึ่งก่อให้เกิดข่าวข่มขืนข่าวใหม่เป็นลูกโซ่อย่างนี้ไปเรื่อยๆ?

และเป็นความจริงที่ปฏิเสธไม่ได้ว่าปัญหานี้ส่วนหนึ่งเกิดมาจากสตรีผู้สร้างสรรค์งาน'ศิลปะ' ด้วยกันนี่เอง!

สิ่งที่ปฏิเสธไม่ได้ก็คือการขายเซ็กส์ทางสื่อจำเป็นต้องใช้นางแบบนักแสดงจำนวนมากและโลกเราก็ไม่เคยขาดแคลนนางแบบใจกล้าซึ่งยอมโชว์เต้าโพสท่ายั่วยวนตามความต้องการของตลาดนี่เป็นภาพที่ขัดแย้งยิ่งนั่นคือขณะที่สตรีกลุ่มหนึ่งพยายามเรียกร้องความเสมอภาคของชายกับหญิงสตรีอีกกลุ่มหนึ่งกลับยอมเป็นนางแบบในสื่อยั่วยุกามารมณ์ไม่ว่าเราเรียกมันว่า 'ศิลปะ' หรือ'เสรีภาพในการแสดงออก' หรืออะไรก็ตามทีท้ายที่สุดแล้วมันก็เป็นบูมเมอแรงกลับมาทำร้ายสังคมเอง


วินทร์เลียววาริณ
19
ธันวาคม2552

Comments

B
i
u
Quote
Code
List
List item
URL
Name *
Email (For verification & Replies)
Code   
ChronoComments by Joomla Professional Solutions
Submit Comment